เส้นทางชีวิต
|
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา |
![]() |
|
| นายสมชาย เป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช เกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2490 ที่หมู่ 15 ต.ละอาย อ.ฉวาง ในครอบครัวเกษตรกรที่ค่อนข้างมีฐานะ ปัจจุบันอายุ 61 ปี โดยนายสมชายเป็นบุตรคนที่ 3 ของครอบครัว มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 5 คน สมัยเด็กนายสมชายเข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสวนขัน เป็นเด็กเรียนดี ได้ทุนการศึกษาเกือบทุกปี พ.ศ.2513 สำเร็จการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รุ่น 9) ปี พ.ศ.2515 จบเนติบัณฑิตไทย และในปี พ.ศ.2545 คว้าปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์อีก 1 ใบจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หลังจบเนติบัณฑิต นายสมชายสอบบรรจุเข้าเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลแขวงเชียงใหม่ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพังงา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก่อนจะกระโดดข้ามห้วยมาอยู่ฝ่ายบริหารในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายวิชาการ เมื่อปี 2541 รุ่งขึ้นอีกปี โยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายบริหาร ก่อนผงาดขึ้นนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2542 ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ปี เต็มเพดานการดำรงตำแหน่งของข้าราชการฝ่ายบริหารระดับ 10 และ 11 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2541 จนได้รับการขนานนามว่า "ซุปเปอร์ปลัด" ตัวจริงเสียงจริง แต่ถึงกระนั้น นายสมชาย ก็ยังไม่เกษียณอายุราชการ จึงย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงานช่วงสั้นๆ ระหว่างวันที่ 8 มี.ค. ถึงเดือน ก.ย.2549 เพื่อเตรียมกลับมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมอีก 1 สมัย แต่ยังไม่ทันได้โยกย้าย ก็เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 เสียก่อน ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุ 1 ปี ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีบุตรด้วยกัน 3 คนคือ นายยศธนัน วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ นายสมชาย เหนียวแน่นในเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ถึง 6 ปี เพราะเป็นยุคที่พี่ภรรยาของเขาเรืองอำนาจพอดี แต่นั่นก็ไม่อาจปฏิเสธฝีมือทางการบริหารของเขาได้เช่นกัน หลังการรัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพำนักอยู่ในต่างประเทศ ขณะที่ นางเยาวภา ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยก็ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2550 ที่ให้ยุบพรรคไทยรักไทย ทำให้ นายสมชาย ต้องกระโดดเข้าสู่เวทีการเมืองในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพื่อรักษาฐานการเมืองแทนภรรยาและพี่ภรรยา นายสมชาย ได้รับการคาดหมายตั้งแต่แรกตั้งพรรคพลังประชาชนในฐานะบ้านหลังใหม่ของสมาชิกพรรคไทยรักไทย (ที่ถูกยุบ) ว่า จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ นายสมชาย ปฏิเสธแนวทางนี้มาตลอด โดยยืนยันว่าเขาไม่เคยมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร นายสมชาย เคยให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในท่วงทำนองถ่อมตัวตามแบบฉบับว่า เขาเป็นเพียง "พระบวชใหม่ทางการเมือง" กระทั่ง นายสมัคร ก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 เมื่อพรรคพลังประชาชนกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้เป็นอันดับ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ตัวเขารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความเต็มใจ และพูดกับคนใกล้ชิดเสมอว่า พอใจกับสถานะที่ดำรงอยู่ นายสมชาย เคยแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้างเหมือนกัน เมื่อครั้งที่ข้าราชการครูถูกลอบสังหารถี่ยิบเมื่อเดือน ก.ค.2551 และจำนวนครูที่เสียชีวิตทะลุ 100 ศพในห้วงที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเขาแสดงความหนักใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยครู และแนะนำให้ครูในพื้นที่ดูแลตัวเองให้มาก จนถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าไม่มีมาตรการช่วยเหลือครูใต้ นอกจากให้ดูแลตัวเอง ประเด็นนี้ นายสมชาย เคยให้สัมภาษณ์พิเศษผู้สื่อข่าว "สถาบันอิศรา" เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมชี้แจงว่าจริงๆ แล้วเขามีความเป็นห่วงครูในพื้นที่ และมีโครงการมากมายที่จะช่วยแก้ปัญหา เพียงแต่ในเบื้องต้นครูก็ต้องดูแลความปลอดภัยตัวเองด้วย |
|
![]() |
เมื่อการเมืองพลิกผันครั้งใหญ่ นายสมัคร สะดุดขาตัวเองตกเก้าอี้นายกฯจากการจัดรายการทำอาหารทางโทรทัศน์ นายสมชายจึงกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน พร้อมกับแบกภาระอันหนักอึ้งในการนำพารัฐนาวาฝ่าคลื่นลมแรงทั้งจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชาธิปไตย ความขัดแย้งแบ่งขั้วของผู้คนในบ้านเมือง คดียุบพรรคพลังประชาชนที่จ่ออยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ และวิกฤติเศรษฐกิจที่ถูกกดดันทั้งปัญหาจากภายในและภายนอกประเทศ หลายคนมองว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในห้วงเวลาเช่นนี้น่าจะเป็นทุกขลาภมากกว่าจะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี แต่นั่นก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา...สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของเมืองไทย! |
นายสมชาย เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ว่า ในช่วงเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นคิดว่าเป็นจุดสูงสุดในชีวิตการรับราชการด้วยซ้ำไป "ผมช่วยพ่อแม่ทำงานทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก วันเสาร์-อาทิตย์ ไปช่วยถางหญ้า ขุดดิน ปลูกต้นยาง ถ้าอยู่บ้านช่วงเช้าจะตื่นขึ้นมาเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ พักหลังที่บ้านทำกิจการโรงสีข้าวเล็กๆ ผมก็ไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ขายข้าวแกง ทำขนม เป็นความรู้คิดตัวมาจนถึงบัดนี้" อายุ 7 ขวบ ด.ช.สมชาย เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดแสนขัน จนจบชั้น ป.4 ซึ่งครั้งแรกไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะรุ่นพี่ข้างบ้านขู่ว่าจะโดนครูตีจนความกลัวฝังใจ ถึงขนาดพี่ชายจับมัดมือมัดทำแบกไปโรงเรียนก็เคย ไปไม่นานก็หนีกลับบ้านและไม่ยอมไปเรียนเป็นเทอมๆ ขณะนั้นมีการสอบแข่งขันชิงทุนพระราชทาน ด.ช.สมชาย สอบได้ แต่คุณพ่อไม่ให้ไป เพราะยังเล็กเกินไปและโรงเรียนไกลบ้าน จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนพิสิฐอนุสรณ์และเรียนฟรีจนจบ มศ. 3 หลังเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ (มธ.) สมชาย มุมานะเรียน ไม่เข้าร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ มากนัก เพราะไม่ชอบ ที่สำคัญไม่มีเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะรู้ดีว่าฐานะทางบ้านไม่ดีนัก 4 ปี ในรั้วมหาวิทยาลัยก็ถึงจุดหมาย สมชายจบการศึกษาปริญญาตรีในปี 2513 ด้วยคะแนนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้เกียรตินิยม เพราะปีแรกสอบตก 2 วิชา ซึ่งสมชายมีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน ล้วนมีชื่อเสียงเช่น นายจำลอง ครุฑขุนทด ร.ต.ท.เชาวริม ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกวุฒิสภา จ.ราชบุรี เป็นต้น ก้าวแรกที่ทำงาน "ตุลาการ" ถูกส่งไปฝึกงานและเรียนรู้กับตุลาการอาวุโสหลายคนฝึกหัดอยู่พักหนึ่ง ก่อนขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกก็ทำได้ดี แม้จะ ประหม่า อยู่บ้าง ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ 1 ปี ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นผู้พิพากษา ประจำกระทรวงยุติธรรม ก่อนถูกส่งไปประจำศาลจังหวัดศรีสะเกษ มีเพื่อนมาขอแลก จึงไปประจำศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่แทน ใช้เวลาทำงานอยู่ 7 ปี ก็พบรักกับ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ "เจ๊แดง" น้องสาวของ พ.ต.ท.ทิกษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่นเป็นช่วงชีวิตหนึ่งของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งต่อมาหน้าที่การงานได้เจริญเติบตึ้นตามลำดับ สุดท้ายเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ก่อนโยกไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2549 เกษียณอายุราชการก็มาเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 สมัยนายสมัคร สนุทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางคำครหาว่าเป็นรัฐบาล "นอมินี" ถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใช้เป็นข้ออ้างประท้วงและยึดทำเนียบรัฐบาลขับไล่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเจ้าของฉายา "ชมพู่สมัคร" นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ถูกตุลการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยมติ 9 ต่อ 0 ให้พ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว เนื่องจากคุณสมบัติขับกับรัฐธรรมนูญกรณีเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ "ชิมไปบ่นไป" และ "ยกโขยง 6 โมงเช้า" เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมดเปลี่ยนสถานภาพเป็นเพียง "รักษาการ" นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกจับตาในฐานะ "เต็งหนึ่ง" ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นฐานะ "น้องเชย" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้จะมีการปล่อยข่าว "ลับ ลวงพราง" ว่ามีคู่แข่งอีก 2 ส. คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้ากลุ่ม 16 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศี รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอร์น ทู บี "สมชาย... สมใจเมีย" คือคำพูดจากปาก "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ในโอกาสแรกที่ก้าวเข้าสู่วิถีการเมืองอย่างเต็มตัวในฐานะ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเขาถูกส่งมารักษาพื้นที่ทางการเมืองของศรีภริยานาม "เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" หัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน ที่จำต้อง "เว้นวรรคการเมือง" ในฐานะสมาชิกบ้านเลขที่ 111 แม้ในช่วง 8 เดือนก่อน "สมชาย" จะเคยออกตัวว่าเป็นเพียง "อนุบาลทางการเมือง" และพูดจาประสาคนการเมืองไม่ได้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเกือบตลอดเวลาที่ "สมชาย" ทำหน้าที่เสนาบดีในรัฐบาล "สมัคร" เขามักถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามในประเด็นการเมืองมากกว่าภารกิจในกระทรวง โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับพี่เขย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นแหล่งข่าวฮ็อตฮิตที่ถูกขนานนามว่า "สมชาย... รายวัน" คำถามเดียวที่ "สมชาย" เคยตอบไว้แบบฟันธงตรงประเด็นกับ "มติชน" ก็คือ กระแสข่าวการเบ่งบารมีของ "เจ้าแม่วังบัวบาน" ในทุกครั้งที่มีแรงกระเพื่อมทางการเมือง โดยเฉพาะภายใน พปช. ในสถานการณ์ที่ประชาชนยังแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว บุคลิกประนีประนอมของ "สมชาย" ผสานกับบารมีดั้งเดิมของ "ทักษิณ-เยาวภา" ทำให้บุรุษที่มาได้บอร์น ทู บี นักการเมือง ได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของไทย สมใจภริยา!!! เปิดขุมทรัพย์นายกฯ คนที่ 26 สมชาย - เจ๊แดง เส้นทางชีวิตและขุมข่ายธุรกิจของเขาถือว่าไม่ธรรมดา ! หลังจากธุรกิจมือถืออิ่มตัว กลุ่มวงศ์สวัสดิ์ ได้หันมาจับธุรกิจพลังงาน ในชื่อบริษัท อินนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท อินนิค เซอร์วิส จำกัด สมชายทุบสถิติ ส่วนจะทุบสถิติเป็นนยกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งน้อยที่สุดหรือไม่ ต้องติดตาม
|
|